Smartphone

รีวิว Oppo Reno2: กล้องดีมาก เล่นเกมลื่น กับอนาคตที่ไม่แน่นอน

เมื่อดูสเปกและราคาควบคู่กันไปแล้ว Oppo Reno2 เป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางค่อนไปทางสูง ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนสิงหาคม เกือบจะเป็นตัวท็อปของ Oppo ในปีนี้แล้ว Oppo Reno2 เน้นเรื่องกล้องเอามากๆ (และก็ทำได้ดีเสียด้วย) อีกทั้งยังมีหน้าตาที่โดดเด่นดูพรีเมียมไม่เหมือนใคร ขอบอกไว้ก่อนว่า Oppo Reno2 ถือเป็น Oppo เครื่องแรกที่ผมใช้งานเลย และก็ขอสปอยล์ตรงนี้เลยว่า Oppo ทำการบ้านมาได้ดีทีเดียว

รีวิวนี้ใช้ Oppo Reno2 สี Luminous Black ความจุ 256 GB เครื่องศูนย์ไทย โดยผู้รีวิวเป็นผู้จัดหาอุปกรณ์ดังกล่าวด้วยตนเอง

ดีไซน์

Oppo Reno2 มาพร้อมขนาดที่ใหญ่เต็มมือ ด้านหน้าเป็นกระจก Gorilla Glass 6 ส่วนด้านหลังเป็นกระจก Gorilla Glass 5 โค้งรับกับมือ กล้องไม่นูน ลวดลายสวยงามโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของ Oppo มีการเล่นกับการสะท้อนของแสงให้เป็นเส้นสีน้ำเงินคล้ายๆ การเรืองแสง ให้ความรู้สึกพรีเมียม กรอบของตัวเครื่องเป็นโลหะด้าน การถือใช้งานก็ค่อนข้างหนักด้วยน้ำหนัก 189 กรัม

เผื่อมีใครสงสัย จุดที่มีขอบเขียวๆ ตรงนั้นไม่ใช่ไฟแต่อย่างใด จากการคาดเดาเหมือนจะมีไว้เพื่อให้นูนออกมา เวลาวางเครื่องแล้วกระจกด้านหลังจะได้ไม่สัมผัสกับพื้นผิวเต็มแผ่น ป้องกันการเกิดรอยบนกระจกด้านหลัง

หน้าจอ

Oppo Reno2 ใช้หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 1080p โดยมีขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว รองรับการแสดงผลที่ความกว้างสี P3 และรองรับ HDR อีกด้วย แต่รู้สึกว่ามีความอมฟ้าเล็กน้อย ในด้านความสว่างอาจไม่สู้แสงแดดจ้าภายนอกนัก แต่ก็ยังสามารถใช้งานได้

ด้วยความที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.5 นิ้ว ทำให้การพิมพ์ข้อความด้วยมือเดียวอาจจะลำบากหน่อย ปกติผมจะใช้มือเดียวแล้วใช้นิ้วโป้งลากเพื่อพิมพ์ (swipe) แต่พอมาใช้เครื่องนี้ก็ต้องใช้สองมือในการพิมพ์เพราะมันใหญ่จริงๆ บางทีก็อาจจะขี้เกียจพิมพ์ข้อความยาวๆ ไปด้วย

Oppo Reno2 ใช้หน้าจอแบบ AMOLED ก็ทำให้มีฟีเจอร์แสดงนาฬิกาบนจอตลอดเวลา (ชื่อว่า Screen-off clock) หรือที่เรามักเรียกกันว่า always-on display มาด้วย แต่ก็แสดงได้แค่เวลา วันที่ และแบตเตอรี่ ไม่สามารถปรับแต่งได้ และไม่แสดงการแจ้งเตือน หวังว่า Oppo จะมีการเพิ่มความสามารถในอนาคต

เสียง

เรื่องเสียงอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ Oppo Reno2 ถนัด เพราะตัวเครื่องมีลำโพงมาเพียงตัวเดียวอยู่ด้านล่างของเครื่อง (ถ้าไม่นับลำโพงสนทนาที่ใช้คุยโทรศัพท์อย่างเดียว) ซึ่งก็ให้เสียงที่ธรรมดา เสียงดังได้พอสมควรแต่แบน ข้อสังเกตที่สำคัญคือ Oppo Reno2 ไม่รองรับหูฟังแบบ USB Type-C

ประสิทธิภาพและซอฟต์แวร์

Oppo Reno2 ใช้ระบบปฏิบัติการ แอนดรอยด์ 9 ครอบด้วย ColorOS 6.1 ของ Oppo ซึ่งก็มีหน้าตาค่อนข้างต่างจากแอนดรอยด์ปกติแต่ก็ใช้งานได้ง่าย เมื่อซื้อเครื่องมาใหม่ก็มีแอปติดมาจำนวนหนึ่ง แต่ข้อดีคือสามารถลบออกได้ถ้าไม่ต้องการหรือถ้ากลัวความจุ 256 GB ของเครื่องจะเต็ม

หน่วยประมวลผล Snapdragon 730G บวกกับแรม 8 GB ก็เหลือเฟือที่จะทำให้ Oppo Reno2 ทำงานส่วนใหญ่ได้อย่างลื่นไม่สะดุด เข้าแอปสลับแอปได้เร็ว แต่ Google Maps ก็ยังมีสะดุดเล็กน้อยขณะดูรายการสถานที่แนะนำ

การนำทางของเครื่องก็ตั้งค่าได้หลายแบบ เช่น สามปุ่มแบบดั้งเดิม (สลับแอป โฮม และย้อนกลับ), ปุ่มใหม่ในแอนดรอยด์ 9 ที่ทั้งกดและลากได้, หรือเป็นแบบท่าทาง (gesture) ก็ได้ ซึ่งใช้งานได้ลื่นคล้าย iOS และยังปัดเพื่อสลับแอปได้ด้วย

ColorOS รองรับการโคลนแอป หรือจำลองว่ามีแอปเดียวกันอยู่สองตัว เช่น มีสอง LINE ในเครื่องเดียว เป็นต้น แต่ก็รองรับแอปอื่นด้วย เช่น Facebook, Messenger, Instagram, Telegram, WhatsApp, BBM, Weibo และ Skype เป็นต้น

Oppo Reno2 มีฟีเจอร์วาดหน้าจอขณะปิดจออยู่ เพื่อเปิดแอป เช่น วาดตัว O เพื่อเปิดกล้อง, วาดตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย, ใช้สองนิ้วลากลง l l เพื่อหยุดเพลง เป็นต้น ทำให้สั่งงานได้เร็วไม่ต้องเปิดหน้าจอก่อน

การเล่นเกมสามารถทำได้สบายด้วยชิป Snapdragon 730G ที่ปรับแต่งเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ สามารถเล่น Call of Duty ที่กราฟิกสูงสุดได้สบาย เฟรมเรตโหมดมัลติเพลเยอร์ถ้าดูจากสายตาอย่างไรก็ไม่ต่ำกว่า 55 แน่ๆ โหมดแบทเทิลรอแยลก็ไม่ต่างกัน แต่ต่ำสุดก็น่าจะราว 30 เฟรมต่อวินาที ในความรู้สึกคืออย่างไรก็เล่นได้ลื่นๆ เลย

นอกจากนี้ Oppo Reno2 ยังรองรับการเชื่อมต่อสองเครือข่าย Wi-Fi คลื่น 2.4 GHz และ 5 GHz พร้อมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเชื่อมต่อ แอปที่รองรับยังมีไม่มาก เช่น Telegram, YouTube, Twitter และ Instagram เป็นต้น จากการใช้งานยังไม่ได้พบความแตดต่างมาก

Dual Wi-Fi

กล้อง

Oppo Reno2 เป็นสมาร์ทโฟนที่เน้นเรื่องกล้องพอสมควร กล้องหลังมีสี่ตัว แต่เราเลือกสลับใช้งานได้สามตัว คือ มุมกว้างธรรมดา (ความละเอียด 48 MP รูรับแสง f/1.7 พร้อมระบบกันสั่นแบบออปติคอล), มุมกว้างมากหรืออัลตราไวด์ (13 MP f/2.2) และซูม (8 MP f/2.4)

ภาพที่ได้มีสีที่สวยเหมือนจริง รายละเอียดดี ได้ความกว้างช่วงแสงเยอะด้วยโหมด HDR ที่ทำงานอัตโนมัติได้ แต่บางทีถ้าแสงต่างกันมากๆ โหมด HDR ก็ทำงานหนักเกินจนภาพดูปลอมไปหน่อย ส่วนการถ่ายภาพคนก็ได้สีผิวสวย ดูดี เป็นธรรมชาติ เรียกว่าในที่แสงดีก็ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหา อีกทั้งยังมีฟิลเตอร์สวยๆ ให้เลือกเป็นหลักสิบฟิลเตอร์ ไม่ต้องโหลดแอปเพิ่ม ถูกใจคนชอบถ่ายภาพแน่นอน

การซูมสามารถซูมแบบออปติคอลได้ที่ 2 เท่า และซูมแบบไฮบริดได้ถึง 5 เท่า เกินจากนี้จะเป็นซูมแบบดิจิตอลซึ่งจะทำให้รายละเอียดภาพลดลงไปตามระดับการซูม โดยซูมได้สูงสุด 20 เท่า

กล้องอัลตราไวด์ให้ภาพที่กว้าง มีออโต้โฟกัส ทำให้สามารถใช้ถ่ายภาพระยะใกล้มากๆ หรือมาโครได้

การถ่ายภาพในที่แสงน้อยทำได้ดีโดยไม่ต้องใช้โหมดกลางคืน สีสันที่ได้สดใส ไม่ค่อยมีจุดรบกวน ซึ่งถ้าใช้โหมดกลางคืนก็จะได้ภาพที่สว่างขึ้นมาอีก แม้อาจจะเป็นวุ้นๆ ไปบ้างแต่ถือว่าภาพก็เอาไปใช้งานได้ ทั้งนี้ในที่แสงน้อยและในโหมดกลางคืนจะใช้กล้องตัวซูมไม่ได้ จึงเป็นดิจิตอลซูม แต่ใช้กล้องมุมกว้างทั้งสองตัวได้ตามปกติ

โหมดหน้าชัดหลังเบลอทำงานได้ดี ปรับความเบลอได้เฉพาะขณะถ่ายเท่านั้น แก้ไขหลังถ่ายไม่ได้ การตัดขอบทำได้ดีมาก ละลายหลังเป็นธรรมชาติ ถ่ายได้ทั้งคนและวัตถุ แต่ไม่สามารถซูมได้

กล้องหน้ามีความละเอียด 16 MP และมีแฟลช LED ด้วย กล้องหน้าเปิดขึ้นมาแบบป๊อบอัพ ที่ Oppo เรียกว่า “ครีบฉลาม” (sharkfin) สามารถเปิดขึ้นมาได้เร็ว และถ้าเครื่องรู้ตัวว่ากำลังตกจากที่สูง กล้องหน้าก็จะพับเก็บเข้าไปโดยอัตโนมัติ

กล้องหน้าถ่ายภาพได้คมชัด สีผิวดีมาก เลือกปรับโหมดบิวตี้ได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความสว่างใบหน้า ปรับแก้มให้เรียว ทำจมูกให้ผอม เป็นต้น โดยส่วนตัวผมคงไม่ได้ใช้อะไรขนาดนั้น ก็เปิดเป็นค่าตั้งต้นแบบ AI ไปแทน จะไม่ดูปลอม กล้องหน้าสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นธรรมชาติและตัดขอบได้ดี

Oppo Reno2 รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดสูงสุด 4K 30 fps ด้วยกล้องหลัง ได้สีที่ดี ความกว้างช่วงแสงดี ย้อนแสงได้สบาย สามารถเปลี่ยนเลนส์ขณะถ่ายได้ถ้าถ่ายที่ความละเอียดต่ำกว่า 4K ระบบกันสั่นทำงานได้ดี เดินถ่ายได้สบาย แต่ถ้ายังนิ่งไม่พอก็มีโหมด Ultra Steady ที่จะถ่ายในความละเอียด 1080p 60 fps วิดีโอก็จะนิ่งขึ้นไปอีก

กล้องหน้าถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียดสูงสุด 1080p 30 fps ใช้งานโหมดบิวตี้ได้ (กล้องหลังก็ได้เช่นกัน) ถ่ายย้อนแสงได้ ไม่มีระบบกันสั่นแต่ก็ไม่ใช่ว่าวิดีโอจะสั่นอะไรมาก

ทั้งกล้องหน้าและกล้องหลังรองรับการถ่ายวิดีโอแบบละลายหลังด้วย สามารถทำได้ดีอย่างน่าตกใจทั้งสองกล้อง ซึ่งจากที่ดูก็ทำได้ดีกว่า Galaxy Note10 เสียอีก

แบตเตอรี่

Oppo Reno2 มีแบตเตอรี่ขนาด 4000 มิลลิแอมป์ สามารถใช้งานได้ทั้งวันอย่างไม่ยากเย็น ในการใช้งานของผมซึ่งมีการเข้าเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม แชต ถ่ายรูป เข้าเว็บ เล่นเกมเล็กน้อย ก็สามารถได้เวลาหน้าจอไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงครึ่งต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถ้าใช้จนเกลี้ยงจริงๆ ก็จะได้ 6 ชั่วโมงกันเลย

แม้จะไม่รองรับการชาร์จไร้สาย แต่ Oppo Reno2 ก็มาพร้อมระบบ VOOC Flash Charge 3.0 ที่ชาร์จไฟแรงถึง 20 วัตต์ ทำให้สามารถชาร์จจาก 15% จนถึง 100% ได้ในเวลา 1 ชั่วโมง 25 นาที ด้วยอแดปเตอร์ในกล่อง

สรุป

ในตลาดสมาร์ทโฟนระดับหมื่นปลาย Oppo Reno2 เป็นรุ่นที่น่าสนใจด้วยความสามารถหลายอย่างทั้งกล้อง แบตเตอรี่ ประสิทธิภาพการใช้งาน การเล่นเกม และดีไซน์

ขณะเดียวกัน หากมองในระยะยาว Oppo เป็นที่ขึ้นชื่อในการแจกแพ ไม่ค่อยอัปเดตเวอร์ชันแอนดรอยด์เสียเท่าไร ก็คงต้องไปลุ้นกันเอาดาบหน้า แต่หากไม่ได้ซีเรียสกับการอัปเดตอยู่แล้ว Oppo Reno2 กับ ColorOS 6.1 ในปัจจุบันก็ใช้งานได้ดีในตัวของมันเองแล้ว

ใครที่เน้นถ่ายรูปแต่ไม่อยากจ่ายแพงถึงระดับเรือธงสองสามหมื่นบาท Oppo Reno2 ก็เป็นตัวเลือกที่มอบความสนุกในการถ่ายภาพได้ แต่ถ้าอยากประหยัดเงินอีกหน่อย Oppo Reno2 F รุ่นน้องที่ต่างกันหลักๆ ที่กล้องไม่มีเลนส์ซูม ใช้ซีพียูที่แรงน้อยกว่า ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ข้อดี

  • ดีไซน์สวย เป็นเอกลักษณ์ ดูพรีเมียม
  • ใช้งานลื่น เล่นเกมได้สบาย
  • แอปที่ติดมากับเครื่องส่วนมากลบได้
  • ใช้หน้าจอ AMOLED ซึ่งรองรับเฉดสี P3 และ HDR
  • วาดหน้าจอขณะปิดจออยู่เพื่อสั่งงานได้
  • ถ่ายภาพนิ่งได้ดีในทุกสถานการณ์ โฟกัสไวมาก
  • ถ่ายภาพบุคคลได้ดี สีผิวสวย ละลายหลังได้ดี ทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • ถ่ายวิดีโอได้นิ่ง เก็บช่วงแสงได้กว้าง
  • เปลี่ยนเลนส์ขณะถ่ายวิดีโอได้
  • รองรับการถ่ายวิดีโอละลายหลังทั้งกล้องหน้าและหลัง
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้นาน ชาร์จได้เร็ว

ข้อสังเกต

  • ถือนานๆ แล้วอาจเมื่อยมือ
  • พิมพ์หรือใช้งานมือเดียวไม่ค่อยสะดวก
  • หากถ่ายวิดีโอ 4K จะเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้
  • ในที่แสงน้อยจะใช้เลนส์ซูมไม่ได้
  • ถาดการแจ้งเตือน (notification tray) เต็มหน้าจอ
  • ระบบสั่นของเครื่องนิ่มนวลเกินไปและไม่สมราคา
  • ไม่รองรับหูฟังแบบ USB Type-C
  • มีลำโพงเดียวและเสียงแบน
  • Always-on display ปรับแต่งไม่ได้ และไม่แสดงการแจ้งเตือน
  • ใช้ picture-in-picture ไม่ได้ถ้าใช้การควบคุมแบบ gesture
  • ไม่มีโหมดสีดำ อาจจะรำคาญตาเมื่อใช้งานในที่มืด
Oppo Reno2
  • การใช้งาน
  • ความคุ้มค่า
  • ดีไซน์
  • กล้อง
  • เสียง
  • หน้าจอ
  • แบตเตอรี่
3.8

สรุป

Oppo Reno2 เป็นสมาร์ทโฟนสำหรับคนชอบถ่ายรูป ทำได้ดีทั้งกล้องหน้าและหลัง อีกทั้งยังมีประสิทธิภาพดี เล่นเกมได้สบาย แต่สิ่งที่ยังน่ากังวลคือการอัปเดตแอนดรอยด์ และมีคู่แข่งสำคัญในราคาเดียวกันคือ OnePlus 7T ซึ่งอาจจะคุ้มค่ากว่าสำหรับบางคนที่เน้นด้านประสิทธิภาพเป็นพิเศษ

Sending
User Review
0 (0 votes)

About author

นาธาร รายงานข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีมือถือ ปัจจุบันศึกษาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวกับการพัฒนาซอฟต์แวร์
Related posts
News

พรีวิวฟีเจอร์เด่นใน Galaxy Note10 และ Note10+

News

Oppo โชว์ระบบ MeshTalk โทร-แชทได้ ไม่พึ่งสัญญาณโทรศัพท์

News

ยุโรปและเอเชียเร่งขายหัวเหว่ยมือสอง, อังกฤษพุ่ง 154%

News

OPPO เป็นพาร์ทเนอร์เอเชียนรายแรกของการแข่งวิมเบิลดัน

แสดงความคิดเห็น