เปิดตัว Zenfone 5 (2018) ที่ Asus ยอมรับว่าเหมือน, มี AI, กล้องคู่, สแกนใบหน้า

ที่งาน Mobile World Congress 2018 ณ กรุงบาร์เซโลนา ประเทศสเปน Asus ได้เปิดตัว Zenfone 5 เรือธงของค่ายในปีนี้ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่คุ้นเคยจนไม่รู้จะคล้ายยังไงแล้ว ซึ่ง Asus เองก็ยอมรับว่ามันคล้ายมาก

“บางคนอาจจะบอกว่าเราลอกแอปเปิล แต่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่ลูกค้าต้องการได้ เราก็เลยต้องตามเทรนด์ไป” Marcel Campos หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Asus กล่าว

Asus Zenfone 5

  • หน้าจอ IPS ขนาด 6.2 นิ้ว Full HD+ ปรับอุณหภูมิสีอัตโนมัติ
  • แอนดรอยด์ 8 Oreo
  • ซีพียู Snapdragon 636 Octa-core
  • แรม 6 GB
  • กล้องหลัง (1) 12 MP, f/1.8, PDAF, OIS สี่แกน, ถ่ายวิดีโอ 4K 30fps
  • กล้องหลัง (2) เลนส์มุมกว้าง 120 องศา
  • กล้องหน้า 8 MP, f/2.0
  • บลูทูธ 5.0, NFC, สแกนลายนิ้วมือ, สแกนใบหน้า
  • แบตเตอรี่ 3,300 mAh รองรับการชาร์จเร็ว
  • USB Type-C และช่องหูฟัง 3.5 มม.

Asus Zenfone 5Z (ส่วนที่ต่าง)

  • ซีพียู Snapdragon 845 Octa-core
  • แรม 8 GB

ดีไซน์

ด้านหน้าเป็นหน้าจอ Full HD+ (2246 × 1080) ขนาด 6.2 นิ้ว กินพื้นที่ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ของตัวเครื่องด้านหน้า ตัวหน้าจอเองรองรับความกว้างสี DCI-P3 และมาพร้อมระบบปรับอุณหภูมิสีอัตโนมัติ ด้านบนของหน้าจอเป็นแถบดำที่เก็บกล้องหน้าและเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้ ส่วนด้านหลังของเครื่องก็เป็นกล้องคู่พร้อมแฟลช LED และมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

กล้อง

กล้องของ Zenfone 5 เป็นระบบกล้องคู่ (กล้องตัวที่สองเป็นมุมกว้าง 120 องศา) มาพร้อมกับ AI ในการวิเคราะห์ฉากที่กำลังถ่าย แล้วปรับการตั้งค่าให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ และมีระบบถ่ายภาพบุคคล โดย Asus โฆษณาว่ากล้องของ Zenfone 5 สามารถรับแสงได้ดีกว่าสมาร์ทโฟนทั่วไป 5 เท่า (ทดสอบกับกล้อง 16 MP, f/1.7) และมีโหมด Night HDR สำหรับถ่ายภาพตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังมีโหมด Super Resolution สำหรับถ่ายภาพที่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซลด้วย

ประสิทธิภาพ

Asus ได้โฆษณา AI ใน Zenfone 5 ไว้หลายอย่าง เช่นการปรับประสิทธิภาพของระบบโดยอัตโนมัติเพื่อให้ใช้งานได้ลื่นไหล โดยภายในนั้นเป็นซีพียู Qualcomm Snapdragon 636 สำหรับ Zenfone 5 และ Snapdragon 845 สำหรับรุ่น 5Z มาพร้อมแรมสูงสุด 6 GB และพื้นที่เก็บข้อมูลสูงสุด 64 GB

แบตเตอรี่ของ Zenfone 5 มีความจุ 3,300 mAh ซึ่งก็มี AI เข้ามาจัดการการชาร์จไฟด้วย โดยจะทำหน้าที่ปรับกระแสไฟให้เหมาะสม เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไม่ให้เสื่อมเร็ว

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ถือว่าฉลาดและมีประโยชน์คือ AI Ringtone หรือระบบปรับความดังของเสียงเรียกเข้าอัตโนมัติ ให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม เช่น ถ้าเสียงรอบข้างเบา เวลามีสายเข้าก็จะเสียงไม่ดังมาก เป็นต้น อันนี้เรียกว่ามีประโยชน์มาก

Zenfone 5 มาพร้อมระบบสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อค Asus โฆษณาว่าสามารถทำงานได้เร็ว แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอื่นว่าใช้เทคโนโลยีอะไรในการสแกน ขณะเดียวกัน เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือก็สามารถทำงานได้เร็วเช่นกัน ด้วยเวลาเพียง 0.3 วินาที

ZeniMoji

ลูกเล่นหนึ่งที่ตอกย้ำความเหมือนเข้าไปอีกก็คือ ZeniMoji ซึ่งก็ตามที่ชื่อบอกเลยครับ ผู้ใช้สามารถใช้ใบหน้าของตัวเองเพื่อควบคุมตัวการ์ตูนแบบต่างๆ ได้ สามารถบันทึกเป็นวิดีโอ ใช้ในวิดีโอคอลล์ ไลฟ์สตรีม หรือการแชทปกติก็ได้ จากภาพแล้วก็ถือว่าน่ารักอยู่ แต่ก็ต้องดูการใช้งานจริงต่อไปว่าเวิร์กหรือไม่

สำหรับราคานั้นต้องรอการประกาศอีกทีครับ

ที่มา: Asus, The Verge

0 Comments Join the Conversation →


แสดงความคิดเห็น